รางวัลเชิดชูเกียรติ กระเช้าเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดจานโรตารี่

9 เจ้าของสิ่งประดิษฐ์

ว่าที่ร้อยตรีพลกฤต ชิ้นทอง

ที่อยู่ วิทยาลัยการอาชีพนางรอง เลขที่1 ถนนบ้านเก่า-แพงพวย

ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ 31110

โทรศัพท์ 044-631-556 โทรสาร 044-632-008

มือถือ 081-725-7223

E-mail : n_iwat28@hotmail.com

ภูมิหลังและเป้าหมายของการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์คิดค้นฯ

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา เกษตรกรที่ทำนายังต้องอาศัยแรงงานในการหว่านและเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งในปัจจุบันค่าแรงในการเก็บเกี่ยวข้าวมีค่าแรงสูง ถึงวันละ 120 – 150 บาท และหาแรงงานในการเก็บเกี่ยวข้าวค่อนข้างยาก เกษตรกรจึงหันมาใช้เครื่องทุ่นแรงต่างๆ มากขึ้น เช่น รถเกี่ยวข้าว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวต่อไร่สูง 500 – 700 บาท (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการเก็บเกี่ยว) ทำให้เกษ๖รกรมีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ข้าวที่ได้จากรถเกี่ยวข้าว เมื่อนำไปขายจะได้ราคาต่ำกว่าการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคน และใช้รถเกี่ยวข้าวถึงกิโลกรัมละ 2 บาท เนื่องจากข้าวที่ได้จากรถเกี่ยวข้าวจะมีดอกหญ้าและความชื้น เจือปนมากับเมล็ดข้าวด้วย ฟางข้าวที่ได้จากรถเกี่ยวข้าว ไม่สามารถนำไปให้วัวกินได้ และในบางพื้นที่รถเกี่ยวข้าวไม่สามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวได้

ประสิทธิภาพของเครื่องเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดหญ้าจานโรตารี่ 1 เครื่อง สามารถเกี่ยวข้าวในแปลงขนาด 100 ตารางวา ภายในเวลา 15 นาที ดังนั้นหากเกี่ยวข้าวในแปลงขนาด 1 ไร่จะใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมงโดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันเบนซิน) 1 ลิตร ต่อ 1 ไร่ คิดเป็นต้นทุนการเกี่ยวข้าวต่อ 1 ไร่ ใช้งบประมาณ 30 บาท (ต้นทุนแปรผันตามน้ำมันเชื้อเพลิง) และนอกจากนั้นผู้เกี่ยวข้าวยังสามารถเรียงต้นข้าวที่เกี่ยวแล้วได้อย่างเป็นระเบียบ ทำให้สะดวกในการมัดรวมเป็นฟ้อนข้าว เละเนื่องจากการเก็บเกี่ยวข้าวใช้เวลาน้อยลง ดังนั้นต้นข้าวจะไม่แห้กรอบ และหลุดร่วงได้ง่ายสำหรับในช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยวชาวนายังสามารถถอดตะแกรงเกี่ยวข้าวออกได้ แล้วใช้เครื่องตัดหญ้ากำจัดวัชพืชทิ้ง หรือใช้เกี่ยวหญ้าให้สัตว์เลี้ยงของเกษตรกร

ประโยชน์ในด้านการเกษตร

  1. สามารถลดรายจ่ายค่าจ้างในการเก็บเกี่ยวข้างของเกษตรกร
  2. สามารถเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าการเกี่ยวโดยใช้เคียวเกี่ยว 3 เท่า
  3. ข้าวที่ได้จากการเก็บเกี่ยวด้วยกระเช้าเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดหญ้าจานโรตารี่ เม็ดข้าวไม่แตกหักเหมือนเครื่องเกี่ยวข้างรถยนต์
  4. กระเช้าเกี่ยวข้าวสามารถนำไปใช้ในการตัดหญ้าให้กับสัตว์เลี้ยงได้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดท่อนมันสำปะหลังก่อนการปลูกได้

จุดเด่น

  1. ประสิทธิภาพของเครื่องเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดหญ้าจ้านโรตารี่ 1 เครื่อง สามารถเกี่ยวข้าวในแปลงขนาด 100 ตารางวา ภายในเวลา 15 นาที
  2. เกี่ยวข้าวในแปลงขนาด 1 ไร่ใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมง โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันเบนซิน) 1 ลิตร ต่อ 1 ไร่ คิดเป็นต้นทุนการเกี่ยวข้าวต่อ 1 ไร่ ใช้งบประมาณ 30 บาท (ต้นทุนแปรผันตามน้ำมันเชื้อเพลิง)
  3. ลักษณะเด่นของกระเช้าเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดหญ้าจ้านโรตารี่สามารถบังคับต้นข้าวที่เกี่ยวแล้ววางไว้อีกด้านหนึ่งอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บ พร้อมลดต้นทุนต่อการเก็บเกี่ยวข้าวทำให้เกษตรกรสามรถพึ่งตนเองได้

8

รางวัลเชิดชูเกียรติ ชุดดูดซับไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) จากก๊าซชีวภาพสำหรับใช้ในชุมชน

10 เจ้าของสิ่งประดิษฐ์

นายสุชน ตั้งทวีวิพัฒน์

ที่อยู่ภาควิชาสัตวศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200

โทรศัพท์ 053-944-070 โทรสาร 053-357-601

ภูมิหลังและเป้าหมายของการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์คิดค้นฯ

จากาการดำเนินงานของทีมผู้เสนอผลงานเข้าประกวดฯ ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ซึ่งได้คิดค้นถุงผลิตก๊าซชีวภาพพีวีซีขนาด 7 – 8 ลูกบาตรเมตร ที่มีต้นทุนต่ำเพียง 2,500 บาท เพื่อให้ผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อยที่เลี้ยงสุกรจำนวน 10 – 20 ตัว โคกระบือ 5 – 6 ตัว หรือสัตว์ปีก 100 – 200 ตัว นำมูลมาใส่ในถุงก๊าซชีวภาพดังกล่าว เมื่อหมักทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยทำการเติมมูลสัตว์ลงไปในถุงทุกวันจะได้ก๊าซมีเทนสำหลับใช้หุงต้มได้วันละ 2 – 3 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ในครัวเรือน สำหรับเกษตรกรบางรายที่มีก๊าซเหลือใช้สามารถนำไปเก็บไว้ใช้ในคราวจำเป็น รวมทั้งนำไปใช้เป็นพลังงานสำหรับรถจักรยานยนต์เพื่อทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การนำก๊าซชีวภาพมาใช้ตามวัตถุประสงค์ข้างต้นยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ทั้งนี้เพราะมีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ถูกกัดกร่อนจากก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์(H2S) หรือนิยมเรียกกันว่า “ก๊าซไข่เน่า” รวมทั้งการกักเก็บก๊าซต้องใช้พื้นที่มากเนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ปนอยู่ 30 – 50 % ด้วยเหตุนี้จึงได้ศึกษาวิจัยโดยได้รับทุนจาก สวทช. (เครือข่ายภาคเหนือ) มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. พัฒนากระบวนการผลิตสารตัวกลางในการดูดซับก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่เคลือบด้วย Ferric hydroxide
  2. พัฒนากระบวนการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อเพิ่มปริมาณก๊าซมีเทนให้สูงกว่า 92%

ประโยชน์ในด้านการเกษตร

  1. ช่วยลดกลิ่นเหม็นและการกัดกร่อนโลหะ ซึ่งเป้ฯอันตรายต่อหัวเตาหุงต้มหรือเครื่องยนต์ของเกษตรกร
  2. ช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจนำวัสดุอินทรีย์ (เช่น มูลสัตว์ เศษอาหารเหลือในครัวเรือนฯลฯ) มาผลิตก๊าซชีวภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ช่วยลด หรือแก้ปัญหามลภาวะจากมูลสัตว์/อินทรียวัตถุที่เน่าเปื่อยง่าย ที่มีในชุมชน/ครัวเรือนเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศจำนวนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือน ก่อให้เกิดชุมชนอยู่ดีมีสุข รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ้อก๊าซหุงต้ม (LPG) ได้อย่างน้อยเดือนละ 300 บาท ลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งลดการใช้ปุ๋ยเคมี เนื่องจากมีกากตะกอนจากบ่อหมักนำมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้

จุดเด่น

  1. ราคาถูก เน้นการใช้วัสดุท้องถิ่นได้แก่ ทราย ซึ่งชุมชนสามารถผลิตเองได้ขั้นตอนการผลิตไม่ยุ่งยาก จึงได้เปรียบกว่าสิ่งประดิษฐ์ของผู้อื่นซึ่งมีราคาแพง รวมทั้งยังซับซ้อน ชุมชน (เกษตรกร) ผลิตไม่ได้
  2. ในแง่อุตสาหกรรมมีผู้ผลิตออกมาจำหน่ายเช่นกัน แต่ราคาสูงมาก
  3. สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยดูจากการเปลี่ยนสีของเมล็ดดูดซับ คือเปลี่ยนจากสีน้ำตาลแดงไปเป็นสีดำ จากนั้นให้เปิดวาล์วเพี่อให้อากาศผ่านเข้าออก เม็ดตัวดูดซับจะเปลี่ยนจากสีดำไปเป็นสีน้ำตาลแดงเช่นเดิมทำให้ไม่ต้องเสียเวลา แรงงาน และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  4. บำรุงรักษาง่าย รวมทั้งการซ่อมแซมสามารถทำได้เองไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

รางวัลเชิดชูเกียรติ อุปกรณ์กกลูกสัตว์น้ำด้วยน้ำร้อนจากกองปุ๋ยหมัก

11เจ้าของสิ่งประดิษฐ์

นายชวลิต สัมโน

ที่อยู่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์

เลขที่ 67 หมู่ 1 ตำบลอิสาณ

อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 31000

โทรศัพท์ 044-611-159 โทรสาร 044-611-499

ภูมิหลังและเป้าหมายของการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์คิดค้นฯ

แผนกวิชาสัตวศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ ได้คิดค้นอุปกรณ์ทำน้ำอุ่นไร้เชื้อเพลิงเป็นอุปกรณ์ที่สามารถผลิตน้ำร้อนจากกองปุ๋ยหมัก ความร้อนเกิดจากขบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุของจุลินทรีย์กลุ่มที่เจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิสูง(70 – 90 องศาเซลเซียส) ในกองปุ๋ยทำให้เกิดความร้อนสะสมในกองปุ๋ย เมื่อนำสายยางขดเข้าอยู่ในกองปุ๋ยยาว 150 – 200 เมตรความร้อนจากกองปุ๋ยจะถ่ายเทความร้อนเข้าสูงน้ำในสายยาง ด้วยการนำความร้อนผ่านท่อสายยางจากการศึกษาที่ผ่านมาน้ำในสายยางมีอุณหภูมิระหว่าง 65 – 85 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับขนาดของกองปุ๋ย ความชื้นในกองปุ๋ยและความยาวของสายยาง การทำกองปุ๋ยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตรความชิ้น 60% และขดท่อ พี.อี.เส้นผ่าศูนย์กลาง3/4 นิ้ว ยาว 200 เมตรสามารถผลิตน้ำร้อนจากกองปุ๋ยได้อย่างต่อเนื่องที่อุณหภูมิเฉลี่ย 68 องศาเซลเซียสความร้อนจากกองปุ๋ยดังกล่าวสามารถที่จะนำไปกกลูกสัตว์เช่น ลูกไก่ เป็ด และสุกร ถ้าเราทำอุปกรณ์กกลูกสัตว์ประกอบเข้ากับอุปกรณ์ผลิตน้ำอุ่นไร้เชื้อเพลิงดังกล่าวมาแล้วก็จะสามารถใช้น้ำร้อนที่ได้ผ่านไปยังอุปกรณ์กกลูกสัตว์โดยมีอุปกรณ์ในการควบคุมอุณหภูมิและการไหลของน้ำร้อนก็จะทำให้อุปกรณ์กกลูกไก่มีอุณหภูมิพอเหมาะกับการกกลูกสัตว์ที่อุณหภูมิ 35 – 40 องศาเซลเซียส ก็จะเป็นการนำสิ่งเหลือใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เช่นมูลสัตว์ เศษอาหาร และเศษวัสดุรองพื้นคอกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในฟาร์มต่อไป

ประโยชน์ในด้านการเกษตร

  1. เพิ่มประสิทธิภาพหารใช้สิ่งเหลือใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
  2. เป็นการใช้พลังงานทดแทนการกกลูกสัตว์จากหลอดไฟ และขดลวดไฟฟ้า
  3. ลดมลภาวะจากมูลสัตว์ในฟาร์มเลียงสัตว์ที่ขาดขบวนการจัดเก็บมูลสัตว์ที่ดี
  4. ได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเป็นอาหารที่ดีสำหรับพืช

จุดเด่น

  1. การทำขดท่อน้ำร้อนเป็นแผงเพื่อความสะดวกในการสร้างและเก็บกองปุ๋ย
  2. ใช้อุณหภูมิจากน้ำร้อนทำให้กกมีความอบอุ่นขึ้น ลดอันตรายจากไฟฟ้า
  3. กกลูกไก่สามารถติดตั้งได้ถาวรแทนพื้นคอกได้

รางวัลเชิดชูเกียรติ เครื่องเปิดผลมะพร้าวอ่อนสำหรับอุตสาหกรรมเกษตรขนาดกลางและขนาดย่อม

12เจ้าของสิ่งประดิษฐ์

นายธานี ทรัพย์สมบูรณ์

ที่อยู่ 10/7 หมู่ 3 ตำบลบ้านบ่อ อำเภอเมือง

จังหวัดสมุทรสาคร 74000

โทรศัพท์ 034-839-664 โทรสาร 034-839-664

ภูมิหลังและเป้าหมายของการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์คิดค้นฯ

เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ.2543 ได้รับรางวัลชุดอุปกรณ์เปิดผลมะพร้าวอ่อน จากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และได้ผลิตส่งขายผลมะพร้าวอ่อนสดปลอกเปลือกแล้วพร้อมชุดอุปกรณ์ผละผลสดอย่างเดียวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในระหว่างการผลิตนั้นได้มีมะพร้าวอ่อนสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิตประมาณ 20-30 % เนื่องจากผลไม่ได้ขนาดตามต้องการ มีผิวช้ำสีน้ำตาล มีรอยแตกก่อนการจัดส่งเป็นต้น จึงเกิดการนำมะพร้าวอ่อนที่เป็นที่สูญเสียนั้นมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยการทำเป็นวุ้นในผลมะพร้าวอ่อน ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน และขนมหวาน อาหารคาวในผลมะพร้าวอ่อนเป็นต้น โดยใช้ลูกมะพร้าวอ่อนที่เจียก้นตั้งได้เป็นภาชนะรองรับแทนถ้วยพลาสติก ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แต่ที่สำคัญในการเปิดผลมะพร้าวแต่ละผลนั้น มีปัญหาสำคัญคือ

  1. ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก คือ 2,000 ผล/5 – 6 คน/วัน ที่มีความชำนาญและต้องออกแรงในการปาดแต่งปากมะพร้าวให้เรียบ โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาย
  2. ความสูงต่ำของผลมะพร้าวที่ได้ไม่เสมอกัน ไม่ก่อให้เกิดความเป็นระเบียบและความสวยงาม ต่อผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่ายยังหน้าร้านหรือบนหิ้งจัดเรียงสินค้าตามร้านสะดวกซื้อ
  3. ต้องใช้เวลาในการเปิดผลมะพร้าวมากในกรณีที่มีผลผลิตจำนวนมาก
  4. เนื่องจากแรงงานในส่วนการเปิดผลมะพร้าวนี้หายากและต้องมีผลตอบแทนที่ดีพอสมควรซึ่งปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงานนี้เป็นปัญหาหลักของการผลิตในปัจจุบัน
  5. การใช้แรงงานคนปาดมีความเสี่ยงต่อความสะอาดตามมาตรฐานการผลิตอาหารของกระทรวงสาธารณสุขจากปัญหาดังกล่าวข้างต้นของการผลิตจึงเป็นที่มาของการพัฒนาออกแบบและประดิษฐ์โดยใช้การศึกษาเริ่มต้นจากมีดบังตอที่ใช้เฉพาะเปิดผลและแต่งปากมะพร้าว จากแรงงานคนและมาพัฒนาในรูปของใบเลื่อยวงเดือนตัดไม้ และการบังคับทิศทางและตำแหน่งของการตัดจากแรงโน้มถ่วงของโลก

ประโยชน์ในด้านการเกษตร

  1. สมารถแปรรูปอาหารที่อยู่ในในผลมะพร้าวน้ำหอมได้ปริมาณมากขึ้นตามระบบของอุตสาหกรรม
  2. เพิ่มมูลค่าของอาหารที่อยู่ในผลมะพร้าวน้ำหอม
  3. สามารถจำหน่ายมะพร้าวหอมผลสดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มากขึ้นส่งผลถึงรายได้ของเกษตรกรและรายได้ของประเทศ
  4. ลดแรงงานที่ใช้ในการผลิต
  5. ลดต้นทุนต่อหน่วยที่ใช้ในการผลิต จากเดิมถ้าใช้ 2,000 ผล/5 คน/วัน เท่ากับต้นทุนเปิดผลละ 0.63 บาท/ลูก แต่ใช้เครื่องเท่ากับ 0.07 บาท อัตราเปิด 500 ผล/ชม.
  6. มีความสวยงามเหมาะแก่การส่งเสริมการขายและการจัดจำหน่ายได้ดี

จุดเด่น

  1. เป็นเครื่องเปิดผลมะพร้าวอ่อนที่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง 400 – 500 ผล/ชม.โดยใช้หลักการแรงโน้มถ่วง และใบเลื่อยเป็นตัวตัดผลมะพร้าวอ่อนโดยมีมอเตอร์เป็นต้นกำลังในการขับเคลื่อน
  2. โดยมีผู้ทำงานเพียง 1 คนทำหน้าที่ในการใส่ผลมะพร้าวลงในช่องเท่านั้น
  3. สามารถปรับระดับความสูงต่ำ ใหญเล็กของผลมะพร้าวได้ตามความต้องการโดยช่องที่ใส่มะพร้าวอ่อนสามารถปรับระดับตามขนาดผลมะพร้าวอ่อนได้
  4. สามารถรักษาระดับของผลมะพร้าวให้อยู่ในระดับเดียวกันได้คือ ผลเล็กเปิดปากแคบ ผลใหญ่เปิดปากกว้าง โดยตัวช่องที่สามารถปรับระดับองศาการตัดได้

13

รางวัลที่ ๑ กลไกชุดเก็บเกี่ยวในรถตัดอ้อย

1เจ้าของสิ่งประดิษฐ์

นายสามารถ ลี้ธีระนานนท์

ที่อยู่ ๑๘๔ หมู่ ๑๑ ตำบลหันคา

อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท

โทร. ๐๕๖-๔๕๒๒๒๒ มือถือ ๐๘๑-๙๗๒๐๑๖๒a

สถานที่ทำงาน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามารถเกษตรยนต์

www..smkythailand.com

ความเป็นมา

จากปัญหาแรงงานที่ลดลงในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในขั้นตอนการเก็บเกี่ยว แต่ปริมาณความต้องการอ้อยที่เพิ่มมากขึ้น ผนวกกับการรณรงค์เพื่อลดปริมาณการเผาอ้อย เพื่อเป็นการช่วยลดปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน อีกทั้ง กลไกชุดเก็บเกี่ยวในปัจจุบันส่วนประกอบต่าง ๆ ในชุดกลไกเก็บเกี่ยวใช้กำลังโดยตรงจากมอเตอร์ไฮดรอลิค ทำให้กินกำลังของเครื่องยนต์มาก ต้นทุนสูง และซ่อมบำรุงได้ยาก ผู้ประดิษฐ์จึงต้องการที่จะบรรเทาปัญหาดังกล่าวและต้องให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงได้ประดิษฐ์กลไกชุดเก็บเกี่ยวในรถตัดอ้อย ที่มีประสิทธิภาพและใช้มอเตอร์ไฮดรอลิคที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หลักการทำงานและลักษณะเด่น

๑. โดยปกติกลไกชุดเก็บเกี่ยวในรถตัดอ้อยประกอบไปด้วยมอเตอร์ไฮดรอลิคเป็นจำนวนมากตั้งแต่ ๔-๑๐ ตัว แต่กลไกชุดเก็บเกี่ยวในรถตัดอ้อยของผู้ประดิษฐ์นั้น ใช้มอเตอร์ไฮดรอลิคเพียงตัวเดียว

๒. ลักษณะการเก็บเกี่ยว ออกแบบมาให้มีการกลืนอ้อยโดยไม่ทำให้รากอ้อยถูกดึง โดยที่สกรูเกลียวจะผลักอ้อยให้กับชุดเพลาสับท่อนเพื่อจับต้นอ้อย ในจังหวะเดียวกันมีดตัดโคนด้านซ้าย และมีตัดโคนด้านขวาจะทำการตัดคออ้อยทันที จากการทำงานดังกล่าวทำให้ไม่มีการดึงตออ้อยเกิดขึ้น

๓. ลักษณะกลไกไม่ซับซ้อน ใช้ชิ้นส่วนในการประกอบน้อย และการหมุนของกลไกต่าง ๆ ในชุดมีความสมดุลในจำนวนรอบที่พอเหมาะ ส่งผลให้การทำงานในส่วนต่าง ๆ เล็กลงไปด้วย โดยที่ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นทำให้น้ำหนักของตัวรถตัดอ้อยน้อยลง ไม่ทำให้ดินในแปลงปลูกอ้อยแน่นจนยากต่อการเจริญเติบโตของต้นอ้อย

๔. มีลักษณะการตัดอ้อยให้เป็นลำสั้นกว่าในรถปัจจุบัน ในการบรรทุกอ้อยจึงมีพื้นที่ว่างระหว่างท่อนอ้อยน้อยกว่า ส่งผลให้มีปริมาณและน้ำหนักการบรรทุกอ้อยได้มากกว่าการตัดจากรถตัดอ้อยในปัจจุบัน

๕. ส่วนประกอบที่ทำหน้าที่ประคองอ้อยเพื่อลดการสูญเสียและการช้ำของตาอ้อย อ้อยที่ผ่านการตัดด้วยกลไกชุดเก็บเกี่ยวในรถตัดอ้อยที่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นสามารถนำไปทำเป็นพันธุ์อ้อยได้